Home ธรรมมะ ผลบุญใหญ่ที่เกิดจากการปล่อยหรือสงเคราะห์สัตว์

ผลบุญใหญ่ที่เกิดจากการปล่อยหรือสงเคราะห์สัตว์

4 second read
0
0
95

การสะเดาะเคราะห์ปล่อยสัตว์นั้น เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่ฝังอยู่ในจิตใจของคนไทยมาช้านาน ซึ่งการให้ชีวิตนั้นถือว่าเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ประการหนึ่ง ผู้ที่ให้ก็มีความสุข ผู้ที่ได้รับการปลดปล่อยนั้น ก็ย่อมมีความสุขในการมีชีวิตสืบต่อไป

คนไทยเรานั้นเชื่อถือเรื่องโชคลางและบาปกรรมกันมาเป็นเวลานานมาแล้ว ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าเมื่อเรามีเคราะห์หรือทุกข์ร้อนต่างๆ นาๆ วิธีหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาสิ่งเลวร้ายต่างๆ ให้ทุเลาเบาบางลงไปบ้าง ก็คือการไปทำบุญ เข้าวัดเข้าวา และที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยในทุกสมัยนั้นก็คือการสะเดาะเคราะห์

 

มีเรื่องเล่ากันว่าในสมัยพุทธกาล มีสามเณรรูปหนึ่ง ซึ่งผู้มีความรู้ทางโหราศาสตร์ได้พยากรณ์ไว้ว่า สามเณรรูปนี้ได้หมดอายุขัยลงแล้ว จะต้องตายแน่ๆ ตามตำราแล้วจะต้องไม่รอดไปถึงวันพรุ่งนี้ สามเณรได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความสลดใจ จึงคอตกเดินกลับไป และคิดไปตลอดทางว่าวันนี้เราคงจะต้องตายแน่ๆ

แต่เมื่อในขณะเดินกลับ ก็เห็นปลาตัวน้อยๆ พากันมาติดอยู่ในปลักควายที่กำลังงวด ใกล้จะแห้งหมดอยู่แล้วและคงต้องตายแน่ๆ ถ้าไม่มีใครมาช่วยเอาออกไป ด้วยมีจิตเมตตาสงสาร สามเณรจึงหยุดและวิดน้ำ ช่วยช้อนปลาไปปล่อยแหล่งน้ำ และคิดอยู่ในใจว่า ไหนๆ เราก็ต้องตายอยู่แล้ว ขอทำความดีช่วยเหลือผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากเสียหน่อย

ในวันรุ่งขึ้น เหตุการณ์พลิกผันหมดเลย หมอดูเก่งอย่างไร ก็ทำนายผิดพลาดไปหมด สามเณรรูปนี้ไม่ตาย หลายคนสงสัยว่าเป็นเพราะอะไร ก็มีคำตอบว่า เพราะว่ากุศลผลบุญที่สามเณรรูปนี้ไปต่ออายุปลา เป็นเหตุให้ความดีวกกลับมาหาตัว เป็นการต่ออายุของตนเองในเรื่องนี้มีการบันทึกไว้ชัดเจน

อีกเรื่องหนึ่งนั้น ขอให้ฟังหูไว้หูใช้สติปัญญาตรองเอา มีคนผู้หนึ่งซึ่งตายแล้วฟื้น กลับมาเล่าให้ผู้ที่ไม่เคยไปว่าเมื่อเขาตายลงไป ได้เจอกับท่านยมบาล ท่านถามว่า ตอนมีชีวิตอยู่นั้นได้กราบไหว้พ่อแม่หรือไม่ คนๆ นี้ก็ตอบว่า ทั้งชีวิตของเขาเขารักและเทิดทูนพระคุณของพ่อและแม่เหนืออื่นใด และกราบไหว้เคารพบูชาทุกวัน

ท่านยมบาลเล็งเห็นผลบุญในแรงของความกตัญญู ตัดสินใจปล่อยให้เขากลับมาสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง เพื่อบำเพ็ญความดีและบอกเล่าเรื่องนี้กับผู้คน ให้เราทุกคนได้บูชาและบำรุงผู้มีพระคุณทั้งสองของเราเท่าที่ชีวิตที่น้อยนักนี้จะทำได้

และในการ สะเดาะเคราะห์ปล่อยสัตว์นั้น เชื่อกันว่าจะทำให้ผู้ที่กระทำได้รับผลบุญดังนี้

1. พ้นจากภัยสงคราม การปล่อยสัตว์ทำให้ชีวิตพ้นภัยอันตรายจากศาสตราอาวุธ การรบราฆ่าฟัน ที่เกิดจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เมื่อเราได้ละเว้นจากการฆ่า หันมาปล่อยชีวิต ภัยจากศาสตราก็จะถูกขจัดหมดไป อันนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตและโลกทั้งมวล

2 ความเป็นมงคลจะเข้ามาหา การปล่อยสัตว์เป็นบ่อเกิดแห่งเมตตาธรรม ไอของความปิติสุขปกคลุมกาย การตอบสนองจะเป็นไปตามธรรมชาติ

3. มีสุขภาพดีอายุยืน การปล่อยสัตว์มีบันทึกไว้ในพระสูตร กล่าวคือ เปี่ยมด้วยวาสนาตอบสนอง 2 ประการ คือ มีอายุยืน และ ไร้โรคภัย

4. ได้บุตรที่กตัญญู การปล่อยสัตว์ ดีกับฟ้าดินที่มีใจให้กำเนิด ดังนั้นจึงได้บุตรกตัญญูเป็นมงคลแก่ครอบครัว

5. มีเทพอารักขา การปล่อยสัตว์เป็นการให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ เฉกเช่นช่วยเหลือบุตรพุทธะ เมื่อได้ช่วยชีวิตสัตว์เหล่าพุทธะต่างชื่นชมยินดี

6. สัตว์ทั้งหลายต่างสำนึกบุญคุณ เพราะสัตว์ที่ได้รับการช่วยชีวิตล้วนซาบซึ้งบุญคุณ เป็นบุญสัมพันธ์ที่สัตว์เหล่านั้นคิดจะทดแทนไปตราบนาน

7. ไม่มีเคราะห์ร้ายใด ๆ ผู้มีเมตตาจิต บุญกุศลนับวันเพิ่มพูน เคราะห์ภัยทั้งหลายล้วนมลายหายไป

8. บรรเทาภัยสังคม ปัจจุบันกลียุคสมัย ผู้คนลุ่มหลงในอบาย ภัยสุรายาเสพติดดาษดื่น การปล่อยสัตว์สามารถลดวิบากกรรมเหล่านั้นได้

9. บุญกุศลไร้ขอบเขต สัตว์ก็มาจากคนที่จุติแล้วไปเกิดเป็นสัตว์ สัตว์ก็จะกลับมาเกิดเป็นคนอีก หลังชดใช้กรรมจนหมดสิ้น

10. ได้ไปเกิดบนสวรรค์ ผู้ละเว้นจากการฆ่า หันมาปล่อยชีวิตสัตว์ เมื่อชีวิตล่วงไปแล้วจะอุบัติในสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา สำหรับผู้บำเพ็ญฯ ก็จะไปอุบัติยังแดนสุขาวดีพุทธเกษตร บุญกุศลนี้ประมาณมิได้

แต่ที่สุดแล้ว การที่เราเดินตามพระพุทธองค์ในการบำเพ็ญบุญบารมีตลอดเวลาทั้งการทำทาน ศีล และภาวนานั้น เป็นเกราะกำบังภัยต่างๆ ได้อย่างวิเศษสุดอยู่แล้ว และขอให้ระลึกไว้อย่างหนึ่งว่า เคราะห์ร้ายนั้นเป็นวิบากกรรมที่เราทุกคนต้องได้รับมาจากการกระทำของเราในชาตินี้หรือการกระทำในภพชาติก่อน

มันเป็นผลของกรรมและต้องมีการชดใช้ ไม่ชดใช้ก็ไม่มีทางหมดหรอก และไม่มีการให้คนอื่นมารับแทน หรือทำแทนใครทำกรรมอย่างไรไว้ คน ๆ นั้นก็ต้องรับเอง ไม่มีใครแก้กรรมได้ ได้แต่เพียงคลายกรรมหรือชะลอกรรมไว้ได้ด้วยบุญเท่านั้น พอถึงวาระของมัน เราก็ต้องก้มหน้ายอมรับผลกรรมที่เราก่อขึ้น ทางที่ดีที่สุดอย่างสร้างกรรมไม่ดีขึ้นมาอีก เพื่อไม่ต้องมารอที่จะชดใช้กัน

และถึงแม้จะให้ทาน ทำบุญ จะหาวิธีสะเดาะเคราะห์กันอย่างไร รูปแบบใดๆ ก็ขอให้มองแบบสมควรต่อฐานะของตน อย่าไปหลงเชื่อพวกทรงเจ้าเข้าทรงที่เรียกร้องเงินแพงๆ หรือการหลอกให้เราซื้อสิ่งต่างๆ มาทำ เพราะนอกจากเคราะห์จะไม่ไปแล้วยังสร้างเคราะห์กรรมให้ตัวเองเพิ่มขึ้นไปอีก

 

ขอบคุณเนื้อหา:https://torthammarak.wordpress.com

Load More Related Articles
Load More By khawoat
Load More In ธรรมมะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ผักพื้นบ้านไทย สรรพคุณต้านมะเร็ง รสชาติดี ราคาไม่แพง

ผักผลไม้บ้านเรานี่แหละที่วิเศษที่สุด ทั้งราคาไม่แพง รสชาติดี สดอร่อย แล้วยังมีสรรพคุณดีๆ ห…