Home ธรรมมะ ผลกรรมและสาเหตุที่ทำให้เงินขาดมือ ไม่พอใช้ตลอด ?

ผลกรรมและสาเหตุที่ทำให้เงินขาดมือ ไม่พอใช้ตลอด ?

3 second read
0
0
24

เหตุจากกรรมเก่า

คนที่มีปัญหาเรื่องเงินขาดมืออยู่บ่อยๆอาจจะเกิดจากการกระทำในอดีตชาตินั้น
เคยทำทานมาไม่ครบตามเหตุและปัจจัย

ซึ่งหมายถึง เวลาในการทำทานนั้นยังมีจิตที่ตกอยู่ยังคงเสียดายทานที่ทำไป ตั้งใจว่าจะทำทานด้วยอาหารคาวหวาน 4 อย่าง ผลไม้ 5 อย่าง พอเอาเข้าจริงหรือเวลาลงมือปฏิบัติในทานนั้นกลับรู้สึกเสียดายหรือว่าด้วยเหตุอะไรก็ตามจึงทำทานนั้นน้อยลงไปจากที่เคยตั้งใจไว้

เช่น ไปลดปริมาณของลงเสีย ให้เหลือเพียงอย่างหรือสองอย่างไม่ตรงกับที่ตั้งใจไว้ หรือลดคุณภาพวัตถุทานที่จะทำนั้นด้วยความเสียดายเป็นเหตุ

ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านได้เมตตากล่าวถึงการตั้งใจสร้างบุญหรือไปรับปากพระสงฆ์ แล้วไม่ได้ทำ หรือทำเกินที่รับปาก ที่จะมีผลต่อเรื่องเงินทองมาก โดยให้พิจารณาดังนี้

1.ทำน้อยกว่าที่ตั้งใจ เงินทองจะขาดมือบ่อย มักจะมีแต่ปัญหาการเงินตลอดเวลา คาดหวังว่าจะได้เงินมักจะพลาดไม่ได้ดังใจหวัง

2.ทำเท่ากับที่ตั้งใจ จะมีความสุขตามบุญที่ทำ เงินทองไม่ขาดมือ มีใช้แต่ไม่ค่อยเหลือเก็บ ยังช่วยเหลือใครไม่ได้หรือช่วยได้แต่น้อยมาก

3.ทำมากกว่าที่ตั้งใจเอาไว้ เงินทองจะมากมายเหลือกินเหลือใช้ โชคลาภเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวอยู่ๆ ก็มีเงินทองเข้ามาและเป็นถูกต้องถูกธรรมด้วย และสามารถไปช่วยเหลือคนอื่นได้ตลอดเวลาเป็นบุญงอกที่งอกเงยทำให้คนผู้นั้นพบกับความสุขความเจริญ

ซึ่งทั้ง 3 ประเภทนี้ใครอยากรวย อยากมีเงิน
ก็ขอให้คิดเอาเองว่าจะทำบุญแบบไหนดีเมื่อได้ตั้งใจเอาไว้แล้ว

การที่เงินทองต้องขาดมือบ่อยๆ หมุนไม่ทันนั้นอีกสาเหตุหนึ่งมาจากการที่วัตถุทานที่เอามาสร้างบุญนั้นไม่บริสุทธิ์อาจจะมีบาปเจือปน

คือ วัตถุทานนั้นอาจจะซื้อมาด้วยเงินที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นเงินมาจากการได้มาทางอบายมุข เช่น เงินจากการเล่นการพนัน,แทงบอล,หวยเถื่อน หรือ เงินมาจากการเบียดเบียนผู้อื่น หรือมาจากการทำร้าย ทำลายชีวิตเบียดเบียนผู้อื่น เช่น การไปฆ่าไก่มาต้มข่าถวายพระ การไปเด็ดดอกไม้จากสวนเพื่อนบ้านโดยไม่ขออนุญาตเอามาถวายพระ เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้บุญกุศลที่เคยทำมาจึงมีลักษณะแบบครึ่งๆ กลางๆ ขาดๆ หายๆ เดี๋ยวก็มีเงินทองมาก พอผ่านไประยะเงินขาดมือหมุนไม่ทัน จะไปหยิบยืมใครเขาก็ยากเพราะไม่มีบุญเชื่อมกับเขาไว้พอ

หรือเกิดความยากลำบากเจอกับอุปสรรคกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ บางครั้งต้องโดนเขาต่อว่าต่อขานหรือดูถูกเอา ซึ่งคนที่เขาต่อว่าดูถูกเหล่านี้ เขาอาจเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรคือเคยเป็นเจ้าของวัตถุทานที่เราเคยไปขโมยเขามาก่อน

เหตุจากกรรมใหม่

การที่เราหาเงินได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลังนั้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดจากกรรมเก่าเพียงอย่างเดียว ไปโทษแต่เจ้ากรรมนายเวรคนอื่นเขา เราต้องมาดูตัวเองด้วย พิจารณาว่าเราทำเหตุให้ตรงกับผลหรือไม่ด้วย

คือ พิจารณาจากการกระทำในปัจจุบัน เช่น ในการประกอบอาชีพเราเป็นคนใจเร็ว ตัดสินพลาดในบางครั้งอาจจะทำให้ชวดโอกาสสำคัญ ก็ให้ใช้ปัญญาตรึกตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ หากบอกว่าไม่มีความรู้ความสามารถก็ต้องพยายามขวนขวายเรียนรู้ เพื่อเอาความรู้นั้นมาเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นเงิน หรือเป็นคนตัดสินใจช้าไม่ทันกาล ไม่ทันเวลาพอจะตัดสินใจอะไรๆ ก็ไม่รอเราแล้ว

หรือตัวของเรายังเป็นคนที่ใช้เงินไม่เป็น ใช้ด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล ก็หันกลับด้านความคิดเสีย ให้ดูว่าของที่เราจะซื้อนั้นสมควรหรือไม่ที่จะซื้อ เมื่อซื้อแล้วทำให้เราต้องเงินขาดมือหรือไม่ ของที่จะซื้อรอได้อีกหรือไม่ พิจารณาให้ดี ๆ ส่วนหนึ่งที่เงินขาดมือมาจากการซื้อของโดยไม่คิดเน้นซื้อของโดยมุ่งประโยชน์เทียมมากกว่าประโยชน์แท้

หากยังเป็นคนไม่อดออม สุรุ่ยสุร่าย รายจ่ายมากกว่ารายได้ขาดปัญญาในการใช้เงิน ก็ย่อมต้องมีปัญหาทางการเงินอยู่ตลอดเวลา

การแก้ไขควรเป็นไปทั้งสองทางทั้งทางโลกและทางธรรมเพื่อให้เกิดการเสริมแรงซึ่งกันและกัน

ขอให้จำให้มั่นว่า คนที่หมั่นทำทาน สร้างบุญบริสุทธิ์เต็มกำลังด้วยจิตบริสุทธิ์ 3 กาล ทั้งก่อนให้ กำลังให้ และหลังให้ ด้วยวัตถุทานบริสุทธิ์ ผู้ให้บริสุทธิ์ ผู้รับบริสุทธิ์

จะไม่มีวันยากจน หากเกิดปัญหา กรรมไม่ดีมาส่งผลจะไม่ยากลำบากนาน จะมีบุญของเรามาช่วย คนมาช่วยให้ผ่านพ้นไปได้
หากดีอยู่แล้ว จะดีขึ้นไปอีกหลายร้อยเท่าพันเท่า

ขอให้พิจารณาด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยภูมิธรรม
ขอบุญรักษา
ธ.ธรรมรักษ์

 

ขอบคุณเนื้อหา:https://torthammarak.wordpress.com

Load More Related Articles
Load More By khawoat
Load More In ธรรมมะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ผักพื้นบ้านไทย สรรพคุณต้านมะเร็ง รสชาติดี ราคาไม่แพง

ผักผลไม้บ้านเรานี่แหละที่วิเศษที่สุด ทั้งราคาไม่แพง รสชาติดี สดอร่อย แล้วยังมีสรรพคุณดีๆ ห…