Home ธรรมมะ ธรรมเพื่อการค้าขายให้รุ่งเรือง

ธรรมเพื่อการค้าขายให้รุ่งเรือง

0 second read
0
0
45

หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าทรงสอนให้ละ โลภ โกรธ หลง และการเข้าถึงความหลุดพ้นนั่นเป็นเป้าหมายสำคัญ

แต่พระพุทธองค์ก็ไม่ได้ละเลยสอนเรื่อง “ระหว่างทางไปถึง” ให้เดินไปอย่างมั่นคงมีสุขได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่บัญญัติเรื่อง สัมมาอาชีวะ เป็นหนึ่งในมรรค 8 เป็นแน่แท้

อย่างแรกเลย เรื่องอาชีพนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่า “ทุกอาชีพ” ก็คือ การค้า อยู่ที่ว่าคุณนั้นขายอะไร ถ้าเป็นนักวิชาการ ครูอาจารย์ก็คือ ขายความรู้ นักบัญชี ขายวิชาคิดบัญชี ช่างตัดผมก็ขายบริการฝีมือ นักวาดภาพก็ขายผลงาน ทุกๆ อย่างเป็นการค้าทั้งสิ้น

ทีนี้เมื่อเข้าทำการค้าแล้ว ก็ต้อง “ค้าอย่างเป็นธรรม” ด้วยจึงจะยั่งยืน พระพุทธองค์ทรงบัญญัติ ห้ามก่อนเลยว่า ห้ามค้าอะไรบ้าง

1. ห้ามค้ามนุษย์ เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีโอกาสบรรลุธรรมได้ ทำประโยชน์ได้มากที่สุดและควรมีอิสระเป็นของตน ใครค้ามนุษย์หรือมีส่วนในการค้ามนุษย์นั้นบาปหนัก

2. ห้ามค้าเนื้อสัตว์เป็นๆ เป็นอาหาร เพราะสัตว์ทุกตัวรักชีวิตของตน พระพุทธองค์ไม่ส่งเสริมการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตทุกประเภท ถ้าเป็นสัตว์ที่ตายแล้ว ไม่มีชีวิตแล้วนั้นนำมาค้าได้

3. ห้ามค้าอาวุธทุกชนิด เพราะเป็นการส่งเสริมการฆ่า ไม่ว่าอะไรก็ไม่ควรเอามาฆ่ากัน ประหารกันทั้งสิ้น

4. ห้ามค้ายาพิษทุกชนิด รวมถึงยาเสพติดให้โทษ เป็นพิษต่อตนเองด้วย ต่อผู้อื่นด้วย

5. ห้ามค้าสรุาเมรัย เพราะเป็นการส่งเสริมให้คนขาดสติ คนที่ขาดสติจะทำชั่วได้ทุกรูปแบบ เพราะขาดการยั้งคิด

เมื่อห้ามแล้ว ก็ทรงแนะนำต่อไปว่า “หลักในการค้าทุกอาชีพ” นั้นต้องมี

1. จักขุมา คือ ตาดี ดูเป็น ดูสายตายาวไกล รู้จักสินค้า ดูของเป็น สามารถกะทุน เก็งกำไรได้แม่นยำ

2 วิธุโร คือ เก่งในงานสายงานของตน ทำอะไรเก่งก็ต้องมุ่งมั่นไปในทางนั้้น ถ้ารักจะค้าขายก็ต้องเก่งในสินค้าที่ตนขาย หรือถ้าเป็นศิลปินก็ต้องเก่งให้สุดๆ ในสายงานตน อย่าให้ใครเก่งกว่า หรือพัฒนาตนเองไปให้สุด

3. นิสยสัมปัณโน มีเพื่อนดี หรือ กัลยาณมิตรที่ดี
คือรู้จักคนมาก กว้างขวางในวงการที่เราทำอยู่ ใช้เครือข่ายความสัมพั้นธ์ที่ดีในการเชื่อมสัมพันธ์ต่อไป ทำให้งานขยายออกไปไม่สิ้นสุด

ยิ่งไปกว่านั้นทรงมอบ ธรรมะแห่งความสำเร็จให้อันโด่งดังมากที่สุดก็คือ “อิทธิบาท” (อิทธิ คือกำลัง) บาทก็คือ ฐาน อันหมายรวมถึง กำลังหรืออำนาจด้วยฐานแห่งความสำเร็จ 4 ประการ

ฉันทะ ต้อง รักในงานที่ทำนั้นอย่างสุดหัวใจ
วิริยะ มีความเพียรทำในงานนั้นแบบสุดลิ่มทิ่มประตู
จิตตะ มีสมาธิและเอาใจใส่งานนั้นอย่างเต็มที่
วิมังสา มีการทบทวน ปรับปรุง ลองผิดลองถูกอยู่ตลอดเวลา

สุดท้ายก็คือ มีแล้วต้องรู้จักแบ่งปัน สละออกไปหรือตอบแทนพระคุณ มหาเศรษฐีในโลกทุกคนล้วนทำอย่างนี้จนครบกระบวนความทั้งสิ้น

ในพุทธกาล พระพุทธองค์ทรงตรัสเล่าชาดกยืนยันเรื่องนี้ไว้จากเรื่อง ชาดกเกี่ยวกับ การใช้ปัญญาเพื่อไปสู่ทางเป็นเศรษฐี ของจูฬันเตวาสิก รวยขึ้นได้จากเพียง “หนูตายตัวเดียว” โดย จูฬันเตวาสิก ใช้ธรรมะนี้ของพระพุทธองค์ได้ครบทุกข้อ

พอรวยแล้วยังกลับเอาเงินมาตอบแทนผู้มีพระคุณที่แนะแนวทางนี้ให้ด้วยอีกครึ่งหนึ่ง เรียกว่า เป็นทั้งคนเก่งและเป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณมาก คนแนะนำที่ว่า ก็คือ จุลลกเศรษฐี เป็นอดีตชาติของพระพุทธองค์เอง

ส่วนคนปฏิบัติ จูฬันเตวาสิก คือ พระภิกษุที่ชื่อ จูฬบันถกะ เอตทัคคะในด้าน มโนมยิทธิ หรือผู้มีฤทธิ์ทางใจ นั่นเอง

จุดหมายปลายทางคือสิ่งทีต้องบรรลุ
แต่ระหว่างทางก็ต้องเดินตามทางให้ถูกเช่นกัน
เมื่องานสัมฤทธิ์ผล ชีวิตก็รื่นรมย์ไม่เป็นทาสทั้งงานและเงินอีกต่อไป

Load More Related Articles
Load More By khawoat
Load More In ธรรมมะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ผักพื้นบ้านไทย สรรพคุณต้านมะเร็ง รสชาติดี ราคาไม่แพง

ผักผลไม้บ้านเรานี่แหละที่วิเศษที่สุด ทั้งราคาไม่แพง รสชาติดี สดอร่อย แล้วยังมีสรรพคุณดีๆ ห…